กด Like ใหกำลังใจหน่อยนะ

เกี่ยวกับเสม็ดใจยักษ์

Politics การเมืองบิ๊กฉัตร สนองนโยบายคืนความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ แจกที่ดิน 5-7 ไร่ ต่อครอบครัว

12:27น. 20 มกราคม 2560
VIEW
133

จากการยึดคืนพื้นที่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กว่า 310,167 ไร่ ส.ป.ก. ได้นำไปพัฒนาจัดสรรให้เกษตรกรเข้าทำกิน โดยมีเป้าหมายแจกให้หมดภายใน 2 ปี

advertising

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว. เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 36/2559  การยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ครอบครอง โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยใช้ ม.44 ว่าได้ยึดคืนเนื้อที่ 310,167 ไร่ ซึ่งส.ป.ก.จะนำไปพัฒนาจัดสรรให้เกษตรกรเข้าทำกิน โดยกำหนดให้เสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งในปี 2560 มีเป้าหมายแจก 2.6 แสนไร่ และที่เหลือทั้งหมดจะดำเนินการแจกให้ได้หมดภายในปี 2561

โดยส่วนแรกจัดแปลงพื้นที่แจกเกษตรกร 7 จังหวัด เนื้อที่ 30,742ไร่ อาทิ

  • จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 1,028ไร่ จะจัดให้เกษตรกรนำร่องแปลงแรก 200 รายเข้าทำกินในเดือน มี.ค.นี้
  • จ.กาญจนบุรี 1,223ไร่ แปลงสวนส้ม 3 แปลง คือสวนส้มธนาธร ทรายทอง และมิตรเกษตร
  • จ.เชียงใหม่ 5,958 ไร่ ซึ่งประชาคมในพื้นที่ต้องการให้ทำสวนส้มต่อไปและจัดสรรให้กับผู้มีคุณสมบัติเกษตรกร โดยลูกไร่ของบริษัทหากลาออกมาก็สามารถมาลงรายชื่อขอรับที่ดินได้แต่ต้องผ่านการพิจารณาของ คทช.จังหวัดก่อน
  • จ.ฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 1 พันกว่าไร่ ไม่ปรากฏว่าที่ดินของบริษัทสวนป่ากิตติ 3 หมื่นกว่าไร่ อยู่ในข่ายใช้มาตร 44 ตนจึงให้ สปก.จังหวัด กลับไปตรวจสอบการถือครองที่ดินทั้งหมดและส่งสถานะของที่ดินกลับมาส่วนกลางโดยเร็ว
  • จ.สระแก้ว เนื้อที่ 8 พันกว่าไร่ โดยมีของตระกูลดัง 3 แปลงรวม 1 พันกว่าไร่
  • จ.ชลบุรี 600 ไร่
  • จ.สุราษฐ์ธานี เป็นสวนปาล์ม 2 แปลง รวม 3 พันไร่ ซึ่งทั้งหมดจะจัดสรรรถึงมือเกษตรกรรายละ 6 ไร่ ภายในเดือนเม.ย.นี้

สำหรับผู้ที่ต้องการยืนเรื่องขอรับที่ดินจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ ส.ป.ก. กำหนดไว้ดังนี้

1. ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร คือ

(๑) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
(๒) ผู้ประสงค์จะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองซึ่งมี ๓ ประเภท คือ

  • ประเภทที่ 1. บุคคลผู้ยากจน (ซึ่งหมายถึงผู้มีรายได้ไม่สูงกว่าอัตรารายได้ที่ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด รายได้ให้หมายความรวมถึงสิทธิ หรือประโยชน์อื่นที่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ด้วย ในปัจจุบันกำหนดไว้ว่า ผู้ยากจน คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี)
  • ประเภทที่ 2. ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม (ซึ่งหมายถึงผู้ที่จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าในประเภทวิชาเกษตรกรรม)
  • ประเภทที่ 3. ผู้เป็นบุตรของเกษตรกร (ซึ่งหมายถึงบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก)

ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวต้องไม่มีอาชีพอันมีรายได้ประจำเพียงพอแก่ การยังชีพอยู่แล้ว ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือมีเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการครองชีพ และประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ตามที่กล่าวมา

นอกจากนี้ยังต้องมีคุณสมบัติอื่นประกอบด้วย คือ เกษตรกรผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้แก่
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) บรรลุนิติภาวะ (อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุโดยการสมรสและจดทะเบียน) หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว
(๓) มีความประพฤติดีและซื่อสัตย์สุจริต
(๔) มีร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง และสามารถประกอบการเกษตรได้
(๕) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือของบุคคล ในครอบครัวเดียวกันหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อ เลี้ยงชีพ
(๗) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด

2. หากท่านมีคุณสมบัติตามที่กำหนดดังกล่าว

สามารถยื่นเรื่องเป็นผู้ไร้ที่ดิน ทำกิน เพื่อขอรับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก.จังหวัด ที่ท่านประสงค์จะได้รับการจัดที่ดินในจังหวัดนั้น ในวัน เวลาราชการ โดยให้จัดเตรียมเอกสาร หลักฐาน ประกอบด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานการมีที่ดิน (ถ้ามี) ไปประกอบการยื่นคำร้อง เพื่อให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบคุณสมบัติ และดำเนินการจัดหาที่ดินและจัดที่ดินให้ท่านต่อไปตามลำดับ

๓. การยื่นเรื่องเป็นผู้ไร้ที่ดินทำกินต้องยื่นด้วยตนเอง

โดยไม่สามารถยื่นเรื่องทางออนไลด์ได้ เพื่อเจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูล และตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถยื่นเรื่องได้ตลอดไม่มีการกำหนดระยะเวลาอยู่ที่ผู้ยื่นจะมีเวลามายื่นเมื่อใด ณ ส.ป.ก.จังหวัด

advertising